2009/Feb/15

เมื่อวานได้ไปคอนเสิร์ตมา ใบตั๋วเขียนว่าห้ามเอากล้องเข้า ประตูเปิดหกโมง คอนเสิร์ตเริ่มหนึ่งทุ่ม

เราไปถึง คอนเสริตเริ่มเกือบสองทุ่ม เลิกเอาห้าทุ่ม พระเจ้าช่วยกล้วยปิ้ง จะกลับก่อนก็ไม่ได้ ด้วยเหตผลบางประการ แถมไอ้ที่บอกว่าห้ามเอากล้องไปน่ะ หึ คิดแล้วยังโกรธไม่หาย ขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะ คนที่เอาไปอ่ะ เอาเข้าได้กันหมดน่ะล่ะ เว้นกล้องถ่ายวิดีโอเท่านั้นที่เอาเข้าไม่ได้ แล้วไอ้กล้องที่เอาเข้ามากันอ่ะ แฟรชมันแรงมาก แล้วไอ้คนถ่ายน่ะ ไม่ได้รู้จักเกรงใจกันมั่งเลย หันกลับมาถ่ายบรรยากาศป้ายไฟแฟนคลับแบบใช้แฟรชอ่ะ แล้วแฟรชมันก็เข้าตาเราอย่างแรงเพราะมันนั่งแถวติดกันมากๆเลยอ่ะ เหมือนมีคนเอาแฟรชมาฉายใส่หน้าคุณอ่ะ คุณรู้สึกยังไง แถมไม่ได้ทำครั้งเดียวนะ มันหันมาถ่ายอยู่ตลอด จนเราน้ำตาไหล ไม่ใช่ซึ้งกะคอนนะ แต่แสบตา แสบตามากด้วย ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมศิลปินชอบใส่แว่นดำ ถ่ายจนเราแบบว่าเริ่มมองหน้ามันแล้วอ่ะ กะว่าถ้าหันมาถ่ายแบบใช้แฟรชอีกจะด่าแล้วอ่ะ ร้ายแรงกว่าโดนเหยียบเท้าเยอะนะ เพราะแสบตาแล้วมันจะลืมตาไม่ขึ้น มองอะไรไม่เห็นเลย น้ำตาไหลพราก แถมเด็กที่มานั่งข้างๆเรา เราก็รู้ว่าชอบโต๋ แต่คุณน้องอย่าเอาแท่งพลาสติกยาวๆแดงๆ มาตีเราได้มั้ยวะ โบกมาตรงหน้าเราบังเราอ่ะ เราไม่ว่าคิดว่าุถ้าคุณน้องมีแรงโบกจนจบงานก็เอา แต่คุณน้องเล่นเอามาตีหน้าเราเนี่ย โกรธนะเว้ยยยยยยย แถมดิ้นๆจนมาชนเราอีก มันเจ็บนะเฟ้ยยยยยยย แมร่งงงงงงงง รู้แล้วว่าซื้อตั๋วมาสองพันจะมามันส์ให้คุ้ม แต่คุ้มเนี่ย ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้มั้ง เราเซ็งจนไม่อยากดูต่อเลยโดยเฉพาะตอนโต๋เดินมาตรงทางเดิน คุณแฟนคลับก็ได้กระโดดยิมนาสติกข้ามตักเราไปได้อย่างไม่สวยงาม เหยียบกรูได้อีก เจ็บเว้ยยยยย ที่จริงจะใกล้ชิดโต๋เนี่ย มันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นเลยนะ แล้วโต๋เนี่ย ปกติเค้า user friendly กับแฟนคลับมากด้วย ไปงานไหนงานนั้น ถ้าจะดูใกล้ๆ มันทำได้อยู่แล้ว แล้วทำไมจะต้องถึงขนาดเหยียบกรูด้วยยยยย โกรธธธธธธ แต่ก็เอา ยอมได้กูก็ยอม ไม่อยากจะมีเรื่อง แต่ดีอย่างที่คู่ที่นั่งหน้าเรา น่ารักมากถึงมากที่สุด เค้ามากันสองคน มาดูกันแบบน่ารัก เค้าไม่ยกป้ายไฟมาบังคนข้างหลัง ถ่ายรูปเค้าก็ไม่ยิงแฟรช แล้วเค้าก็ไม่ลุกขึ้นยืน เราได้ยินเค้าคุยกันว่า ถ้าไม่ยืน ทุกคนก็จะมองเห็นกันแบบสบายๆ หมด เราก็คิดนะ ถ้าคนนึงยืนคนข้างหลังมองไม่เห็นก็ต้องยืน แล้วมันก็จะต้องยืนๆๆๆต่อๆๆๆๆกันไปหมดและที่นั่งมันไม่ใช่สโลป ถ้าทุกคนยืน ไอ้ที่ซวยคือเด็ก น้องๆจะมองไม่เห็นอะไรเลย หรือไม่ก็ต้องยืนบนเก้าอี้ แล้วมันก็จะเกิดปรากฏการณ์ที่ทุกคนขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ และน้องๆก็คงจะมองไม่เห็นอีก แต่จะแถมกรณีคนตกจากเก้าอี้เพิ่มได้อีกด้วย แต่เราไม่โกรธนะ เข้าใจว่ามาคอนเสิร์ตอยากเต้น อยากมันส์ จะยืนก็แล้วแต่อ่ะ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณคิดถึงอะไรบ้างอยากมัันส์อย่างเดียวจะไม่คิดถึงคนอื่น มันก็ไม่ผิด ก็มันไม่ได้มีกฏประกาศห้ามยืนนี่หว่า แต่สำหรับคนที่คิดถึงคนอื่นอย่างคุณพี่คู่ข้างหน้า เราขอให้รักกันนานๆเลยนะ เซ็งอีกตอนคือตอนที่มีการโปรยที่คั่นหนังสือรูปโต๋ลงมาอ้ะไอ้เด็กข้างๆมันคงอยากได้จัด มันเลยยืนตะครุบอยู่บนหัวเราอ่ะอะไรของคุณน้องวะ เราเลยต้องเอามือบังหัวตัวเองไม่ได้มีโอกาสแม้แต่จะแหงนหน้าขึ้นไปดูที่คั่นหนังสือร่วงลงมาด้วยซ้ำ คิดไปคิดมาคราวหลังถ้ามีโอกาส เราจะไม่ยอมแล้ว แต่วันนั้นไปกะคนสำคัญ ไม่อยากให้เค้าต้องรู้สึกแย่ เลยพยายามทำเฉย ๆไม่บ่นอะไร แต่ขอกูระบายตรงนี้หน่อยเหอะ ว้ากกกกกกกกกกกก

สำหรับตัวคอนเสิร์ต เราว่ามันใช้ได้เลยอ่ะ ต้องอย่างงี้สิถึงเรียกว่าเพราะ รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย แต่โต๋ท่าทางตื่นเต้น พูดๆอยู่พอเจอแฟนคลับตะโกนแซวถึงกับไปต่อไม่ถูกเลย พูดผิดพูดถูก 555 น่ารักดี ชอบมุกดื่มน้ำแก้เครียด กะชอบเพลงที่บอกว่า เกรดดีเพราะครูสอบได้เพราะเธอ ชอบตอนป้าสองคนร้องเพลงด้วย ร้องเพราะมาก เสียงดีมากๆเพลงความหมายดีด้วย บอกให้เรามองความจริง แล้วก็พยายามทำสิ่งที่มีอยู่ให้ดีที่สุด จำไม่ค่อยได้แล้วว่าโต๋ร้องเพลงไหนบ้าง รู้แต่โต๋ตั้งใจสุดๆ จนร้องผิดด้วยอ่ะ แต่หน้างี้ เนียนมาก ร้องผิดก็ร้องซ้ำใหม่ให้ถูกได้อีก จะจำไว้ใช้มั่ง ชอบเพลงรักเธอ ที่โต๋บอกว่าอยากร้องคำว่ารักเธอบ้าง เพราะไม่เคยได้ร้องเลย บอกให้แฟนเพลงร้องท่อนหลักแล้ว ผมจะร้องว่ารักคุณให้สุดใจเลย อ่ะโรแมนติกได้อีก ที่จริงท่าทางโต๋จะเป็นคนโรแมนติกนะเนี่ย เวลาเราคิดมุกโรแมนติกไม่ออก เราก็จะมานั่งดูคลิปโต๋ คลิปพี่บอย อะไรแบบนี้ไปเป็นไอเดียในการเอาตัวรอดทุกครั้ง ขอบคุณจริงๆเล้ยยยยย

และแล้ววตอนคอนใกล้จบเพลงที่เรารอคอยก็มาถึง เพลงของหัวใจ มาซะที รอซะเกือบสลบกันเลยทีเดียว แต่ก็คุ้มมากๆ เพราะว่ามันเพราะมาก แล้วการได้ไปนั่งฟังเพลงนี้กับคนๆนี้ก็มีความหมายกับเรามากด้วย ถึงต่อไปเราก็จะไม่ได้เจอกันอีกหลายปี ต่อไปอะไรๆมันอาจจะเปลี่ยนก็ได้ แต่เราจะจำวันนี้ไว้จนตายเลย มันเป็นยิ้มที่สวยที่สุดในชีวิตที่เราเคยเห็นเลยล่ะ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนเรายิ้มพร้อมร้องไห้ได้ด้วย เราได้แอบอัดเสียงบรรยากาศในคอนไว้ด้วยหล่ะ จะเก็บเอาไว้ฟังเสียงคนข้างๆร้องไห้ตอนเราแอบสวมแหวนให้  หุๆๆๆ 

2009/Feb/15

ซื้อ external harddisk ของ seagate มา 320G มองเห็นแค่ 290G ราคา 2960 บาท ประกัน 5 ปี
แต่ถ้าซื้อแบบเอา box ด้วย ประกันเหลือแค่ 3 ปีราคา 3100 บาท ไหงงั้นวะเนี่ย
 
 
 
 
 
from overclock
 
คือผมเพิ่งซื้อ 320 มา มันมองเห็น แค่ 305 G พอเข้ามาเช็คใน window เห็นแค่ 290 กว่า กิ๊ก เอง ใครเป็นเหมื่อนกันหรือเปล่า มันหายไปไหน 20 G หว่า ไม่ใช้น้อย ๆ ถ้า 1-2 G ก็ ไม่แปลก นี้เล่น หายไป 20 กว่า G เลย งง ใครรู้ตอบหน่อย

sunserus
3 Feb 2007, 23:34
เวงมีคนถามแบบนี้อีกและ -*-

HDD มันจะหายไป 6.785 % ครับ เพราะที่ hdd มันบอกไว้ 1g= 1000 mb แต่จริงๆแล้วมันคือ 1024 mb ต่อ1 g

atthaphon_s
3 Feb 2007, 23:38
ลอง ดูก็แล้วกันครับ คือ เอา 1024Mb=1Gb Hdd คุณมีพื้นที่ 320gb( ตามที่ระบุ ) คุณจะต้องนำ 1024x320=327,680Mb ฮาร์ดดิสก์ของคุณ ( เดา ) ว่า บัฟเฟอร์หรือสวาปไฟล์คุณ 8Mb ก็แล้วกัน โดยที่ทุกๆ พื้นที่ 128mb คุณจะต้องเสียพื้นที่ไป 8Mb เพื่อนำไปใช้เป็นบัฟเฟอร์หรือสวาปไฟล์ ดังนั้น 327,680/128=2,560 และก็ นำ 2,560x8=20,480Mb ก็ราวๆ 20Gb นั่นเอง ส่วนเรื่อง บัฟเฟอร์ หรือสวาปไฟล์ หรือข้อมูลเชิงลึก ผมคงไม่พิมพ์อธิบายมาก( เยอะ เมื่อย ) เปิด Google เอาก็แล้วกันครับ คิดว่าคุณคงใช้เป็นนะ Google นะ

maxzerker
3 Feb 2007, 23:39
หน่วยที่เขาขาย hd 1GB = 1,000 ^ 3 bytes (1,000,000,000)
แต่หน่วยที่ Computer ใช้ 1GB = 1024 ^ 3 bytes (1,073,741,824)

ฉนั้น 320 * 1,000 ^ 3 / 1024 ^ 3 = 298.02 GB นั่นเอง :P

Dear
3 Feb 2007, 23:48
อ๋อเข้าใจหละ อย่างนี่320 G ของผม บัฟเฟอร์ 16 mb ก็ถูกใช้ไป เยอะ เลยสิครับ

ขอบคุณมากครับ

maxzerker
3 Feb 2007, 23:55
ลอง ดูก็แล้วกันครับ คือ เอา 1024Mb=1Gb Hdd คุณมีพื้นที่ 320gb( ตามที่ระบุ ) คุณจะต้องนำ 1024x320=327,680Mb ฮาร์ดดิสก์ของคุณ ( เดา ) ว่า บัฟเฟอร์หรือสวาปไฟล์คุณ 8Mb ก็แล้วกัน โดยที่ทุกๆ พื้นที่ 128mb คุณจะต้องเสียพื้นที่ไป 8Mb เพื่อนำไปใช้เป็นบัฟเฟอร์หรือสวาปไฟล์ ดังนั้น 327,680/128=2,560 และก็ นำ 2,560x8=20,480Mb ก็ราวๆ 20Gb นั่นเอง ส่วนเรื่อง บัฟเฟอร์ หรือสวาปไฟล์ หรือข้อมูลเชิงลึก ผมคงไม่พิมพ์อธิบายมาก( เยอะ เมื่อย ) เปิด Google เอาก็แล้วกันครับ คิดว่าคุณคงใช้เป็นนะ Google นะ

มั่วละ buffer มาเกี่ยวอะไรด้วย...

TWK.
4 Feb 2007, 00:04
ของผม 80G - เหลือ 74G ก้า ๆ
เอาจำนวน G ที่บอก คูณ 93.4 % = เนื้อที่ มีอยู่จริง
ของท่าน 320G คูณ 93.4 % = 298 ตรงเป๊ะ

2009/Feb/11

เมื่อกี้เปิดเจอ Greet me true 29

เจอโต๋มาออกรายการ รู้สึกแปลกๆแฮะ ดูโต๋แข็งๆไงไม่รู้แล้วตอนเล่นเปียโนอ่ะ มันออกมาไม่เพราะเลย ทำไมก็ไม่รู้เราถึงรู้สึกอย่างงี้ ตอนเล่น countdown ก็เพี้ยน เสียงออกมาค่อนข้างแย่เลย วันเกิดโต๋ก็อีกทีนึง ไปฟังที่สยามดิส โต๋เล่นกับวงคนตาบอด อันนั้นยังพอรับได้ว่าเออ มันไม่เพราะ เพราะว่าไม่ได้ซ้อมกันมามากมาย และก็อีกหลายๆเหตุผล ก็รู้ว่าเล่นเอาฮา ทำบุญกันไป เราก็ฟังๆถึงตอนเค้าให้โต๋ถือกล่องมารับบริจาค เราก็บริจาคแล้วกลับเลยอ่ะเจอเสียงเพี้ยนอีกทีตอนงานไหนอีกงานไม่รู้ ที่เล่นสด หลังจากนั้นเราก็ไม่ไปงานที่โต๋เล่นสดอีกเลย กะว่ายังไงไว้รอดูคอนเสิร์ตเลยดีกว่า มันน่าจะออกมาดีแน่ แค่ช่วงนี้เค้าคงเหนื่อยและเครียดกับงานโปรโมทเลยทำให้เพลงมันออกมาแปลกไป พอมาวันนี้ดันบังเอิญเปิดเจอรายการนี้ซึ่งเราฟังที่โต๋เล่นตอนท้ายของรายการแล้ว อือ ไม่เพราะง่ะ แบบว่ามันโอเคถ้าจะเล่นสด แต่เล่นเพื่ออัดรายการแล้วมันออกมาแบบนี้ อืมมม แอบเศร้าเลยแฮะ เสียงเปียโนมันดูมั่วๆไงไม่รู้ รวมถึงเสียงร้องซึ่งเราแทบไม่ได้ยินที่โต๋ร้องเลย สามเพลงที่ออกอากาศ ได้ยินเสียงโต๋ร้องนับท่อนได้เลย ทำไมเป็นงี้อ่า fail อย่างแรง หรือหูเรามันเพี้ยนไปแล้วเพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้นอน  รู้สึกไม่ค่อยอยากไปคอนเสิร์ตแล้วด้วยเฮ้อ หวังว่าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วความรู้สึกนี้จะหายไปนะ เพี้ยง

2009/Feb/08

เรียนภาษาเสร็จก็ไปไหว้พระ เพราะเราเป็นปีชงพอดี นั่งรถไฟใต้ดินไปลงหัวลำโพงแล้วต่อรถเมล พอถึงก็ต้องเดินเข้าซอย ซึ่งเราเจอวัดแรกนึกว่าใช่ ปรากฎว่ามันคือวัดเล็กๆร้างๆ ต้องเดินเลยเข้าไปอีกถึงจะถึงตัววัดเล่งไล่ยี่ คนเยอะมากๆ หน้าวัดมีของไหว้ขายราคาประมาณร้อยบาท อย่าหลวมตัวไปซื้อเด็ดขาด แม้กระทั่งเราซื้อของกับคนขายหน้าวัดคล้ายๆว่าจะเป็นของวัดเองด้วยซ้ำมันยังทำเลย วิธีก็คือมันบอกร้อยยี่สิบต่อชุด เราก็บอกว่าเฮ้ย ร้านฝั่งตรงข้ามขายแค่ร้อยเดียวเอง มันก็ลดให้ แต่พอมันส่งของมาให้มันจะแถมพวงมาลัยอีกห้าพวง ยัดใส่มือเรา พอเราถือจะเดินไปมับอกค่าพวงมาััลัยห้าร้อยบาท พวงละร้อย เราเลยบอกไม่เอาแล้วก็คืนมันไป แต่นะ เราโชคดีที่ไปตอนยังไม่มืดและคนเยอะ ถ้าคนน้อย เราจะทำยังไง จะกล้าคืนรึเปล่าก็ไม่รู้ ทั้งที่พอเดินเข้าไปในวัด วัดก็มีธูปให้ แถมพระยังประกาศอีกว่าระัวังมิจฉาฉีพหลอกขาย พวกธูปอ่ะ ที่หลอกขายคือจะให้ธูปมาไม่ครบกับที่ต้องใช้ จำไม่ได้แน่ว่าต้องใช้ธูปกี่ดอก รู้แต่ใช้เยอะเพราะต้องไหว้หลายจุด ควันรมจนแสบตาไปหมด พอเข้าไปข้างในลึกสุด เค้าจะมีให้ฝากดวงสำหรับคนที่ชง ต้องซื้อชุดละร้อยได้อ่ะมั้ง แล้วก็เขียนชื่อ วันเกิดเวลาเกิดลงไปบนกระดาษสีแดง แล้วก็เอาไปใหว้อ่ะ ออกมาเดินกลับเจอร้านขายหมูสะเต๊ะ อร่อยโคตรเลย แนะนำให้กินมากๆ ราคาก็ไม่ได้แพงเวอร์ด้วย แต่ชามะนาวห่วยนะ

2009/Jan/10

วันนี้ไปกินโอโคโนมิยากิที่คิซาฮาชิ สุขุมวิท26 เข้าซอยไปตามถนนเรื่อยๆ เห็น s and p เลี้ยวซ้ายตรงซอยข้างๆร้าน s and p ตรงไปอีกหน่อย ตรงจนตรงไม่ได้ ออกไปจะเจอ คาร์ฟูร์แล้วน่ะ ร้านอยู่ตรงข้างๆร้านอาหารเกาหลี ไปถึงไม่มีที่นั่งเพราะไม่ได้จอง ต้องไปนั่งตรงเค้าท์เตอร์บาร์ สั่ง แบบ mix okonomiyaki , monja แบบที่เค้าแนะนำ, ยากิโซบะ ชาเขียวร้อนซึ่งอร่อยมากๆๆๆๆ เค้าชงสดๆ ใส่กาเล็กๆ แล้วเทมาเสริฟร้อนๆกำลังพอดี โต๊ะข้างๆมาถึง ทางร้านทำการเปลี่ยนแก๊สให้บอกว่าแก๊สหมด ไอ้เราก็ได้กลิ่นแก๊สอยู่ ยังไม่ทันจะพูดอะไร พนักงานเปลี่ยนเสร็จก็เปิดเตาโต๊ะข้างๆ แล้วประกายไฟมันก็พุ่งพรวดออกมาแรงมากๆ เราเห็นไฟพุ่งออกมาเป็นเส้นยาวๆเลย เกือบโดนผู้หญิงแหน่ะ พนักงานบอกว่าไม่ต้องตกใจ แก๊สมันค้างอยู่น่ะ แล้วก็ไม่มีใครตกใจจริงๆ ทุกคนก็ก้มหน้าก้มตากินกันต่อ รวมถึงโตะข้างๆเราด้วย ถ้าเป็นเรานะ เราเผ่นกลับบ้านแล้วอ่ะ ไฟลุกเฉียดๆหน้าไปเลยเนี่ย...

แต่พูดถึงความอร่อย มันอร่อยแฮะ โอโคโนมาก่อน

 

เอาตะเกียบคนๆทุกอย่างให้เข้ากันดีก่อนเพราะแป้งจะอยู่ก้นถ้วยจากนั้นก็ราดบนเตารอมห้สุกด้านละห้านาที

 สุกแล้วถึงทาซอสดำๆ ทาแล้วห้ามกลับลงไปบนเตามันจะทำให้เตาดำและขม

ตามด้วยมอนจายากิ ซึ่งต้องห้ามคน มาถึงให้เอาผักลงก่อนสุกแล้วเกลี่ยผักเป็นวงกลมแล้วราดน้ำที่เหลือตามทีหลัง พอมันเริ่มเหนียวก็กินได้เลย

 ยากิโซบะ ต้องผัดผักให้เข้ากันก่อนแล้วค่อยโรยเส้นลงตามด้วยราดน้ำลงบนเส้น อันนี้สำคัญมากเพราะถ้าไม่ราดเส้นจะแข็งกินแล้วเหมือนกินมาม่าดิบ เมื่อผัดเส้นสุดแล้วก็ใส่ผงจากกระป๋องแดงๆ บวกกะน้ำดำๆเมื่อกี้ โรยด้วยมายองเนส กะสาหร่ายและปลาแห้ง อร่อยดี

 

อันนี้เรียบร้อยแล้วออกมาเป็นเช่นนี้

 

สามเมนูบวกสองชาเขียวทั้งหมดประมาณเจ็ดร้อยบาทค่ะ

อิ่มของคาวแล้วก็ไปต่อของหวานที่ร้าน secrete garden แถวพระรามสี่ค่ะ แถวสวนลุมไนท์อ่ะ

ชีสเค้กมะนาวอร่อยชนะเลิศเลย

แถวชาอีกรสวนิลา หอมและอร่อยมาก

 

กลับบ้านอิ่มสุดๆ ไม่พอตอนเย็นมีนัดที่ร้านราชาวดี ร้านอยู่ตรงข้างปั๊มปตท แถวๆร้านเฉลียง แต่งร้านสวยเพลงก็เพราะกระเพราะปลาผัดแห้งอร่อยมาก บรรยากาศโรแมนติกสุดยอด แต่อิ่มและเหนื่อยหมดแรงถ่ายรูป

 

 

 

2009/Jan/09

ช่วงนี้กำลังบ้าเรื่องนี้มากๆเลยกลายเป็นแฟนคลับ arjoe ไปเรียบร้อย

ละครไต้หวันซึ่งคนเกลียดภาษาจีนอย่างเราไม่น่าจะดู แต่กลับชอบ

ชอบเพราะความตลก ความโรแมนติก

ไม่ชอบอย่างเดียว ทำไมมันดำเนินเรื่องได้อืดขนาดนี้หนอ

เราดูข้ามทีละสองตอนยังดูรู้เรื่องอยู่เลย

ยังไงก็ตามขอบคุณคนทำซับมากๆเลยค่ะ

http://iswakfansubs.blogspot.com/

2009/Jan/01

ช่วงปีใหม่นี้ได้ไปเที่ยวเยอะมาก

24 ไปดูองค์บากที่แฟชั่น มันส์ดี สู้กันทั้งเรื่อง จบแบบค้างเติ่ง

26 ไปเขาเขียวประทับใจฮิปโปมากๆ เห็นเราเดินเข้าไป มันก็อ้าปากทันที เราโยนแตงกวาให้ มันทำท่าหุบปากอ้าปากขึ้นมาใหม่ อ้าววว มันยังไม่กลืนแตงกวาลงไปเลยอ่ะ มาขอใหม่อีกละ ตะกละจริง ดูข้างบ่อเห็นเขียนว่าฮิปโปดุ เราก็งง ดุยังไงวะ ดูมันออกจะเรียบร้อย ไม่ทันไร อีกตัวเดินมาเอาหัวฟาดอีกตัวพร้อมกะกระแทกใส่กัน เอ่ออ เข้าใจแล้วว่าดุยังไง ได้ขี่ช้างด้วย ในป้ายเขียนขี่ช้างคนละยี่สิบ เอาเข้าจริงเค้าคิดห้าสิบแถมไม่ให้ใบเสร็จด้วย งืมมม แย่จัง ตกเย็นเอารถกลับบ้านก่อนชิ่งไปเที่ยวต่อที่ central world ไปนั่งดูไฟ เดินเล่น ถ่ายรูป นั่งตากน้ำค้างฟังเพลงตามบาร์เบียร์ เที่ยงคืนกว่าก็กลับ

27 ไปสยามตอนเย็นเห็นบอกจะมีคอนเสิร์ตโต๋ ไปถึงเห็นโต๋สามนาที กลับ คนเยอะมาก ลาก่อนนะโต๋ไปนั่งเป็นลมที่ร้่านโอปองแปง สลัดไก่ซีซ่าอร่อยมากกกกก คนก็น้อย สวรรค์จริงๆ

29 ไปเอาเอกสารที่มหาลัยเสร็จก็แวะแฟชั่น กินice monster ข้าวผัดอร่อยๆ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ที่รสชาติแย่ลงมากแล้วก็ซื้อการ์ดไปเยี่ยมคนป่วย

31 เที่ยว ไปcount down ที่วัดภูเขาทอง ไปถึงทุ่มนึง คนน้อยจัง ขึ้นไปเดินเวียนครบสามรอบก็เพิ่งสองทุ่ม เลยไปสนามหลวงต่อ เดินเล่นแล้วเห็นอะไรเยอะแยะเลย เห็นคนจนนอนกันเกลื่อนตามพื้น เราก็ได้แต่สาธุ ขอให้เราอย่าเจ็บ อย่าจนเล้ยยย เพี้ยง อาหารแถวนั้นรสชาติแย่ แต่ที่แย่กว่าคือยุงกัด นั่งปุ๊บมันกัดทันที เห็นคนมารับจ้างนวดชม ละร้อย เยอะมากๆ กลับไปภูเขาทองใหม่ เดินขึ้นไปอีก 350 ขั้น นั่งเล่นดูวิว เดินลงอีก แล้วไปที่โบสถ์ มีเจ้าพระคุณสมเด็จวัดสระเกตุมาด้วย คนเพียบเลยชั้นนอกสุดมีเก้าอี้พลาสติกให้นั่ง เรานั่งพื้นจนสวดจบเดินไปข้างในลึกเข้าไปอีกก็มีตัวงานจริง มีคนนั่งกับพื้น ที่พื้นจะมีตารางๆแบ่งช่องให้คนนั่ง นั่งก็เต็มหมด แถมมีแอบจองที่ไว้ด้วยตังหาก บนหัวมีสายสิญจน์ห้อยลงมาให้จับระหว่างสวดมนตร์ด้วย บางคนก็เอามาพันหัว มีตะเกียงดวงใหญ่วางบนพื้นด้วย พอใกล้เที่ยงคืนก็มีสวดอีกรอบแล้วก็นับถอยหลังด้วยกัน จบพิธีมีการแจกน้ำมนต์ ผ้ายันต์ ปฎิทิน เราได้มาครบเลยทีเดียว หุๆๆ

1 เที่ยวเจ้เล้งแล้วก็รีบกลับบ้านเพราะที่บ้านญาติๆแม่มาเพียบ

2 เที่ยว เซ็นทรัลเวิร์ด พาแม่กับพ่อไปกินซูชิหมุนๆ อร่อยดี กินเสร็จก็บ่ายสอง รวมๆก็ราคาพอไหว แต่ไม่สนุกตรงที่ต้องเดินรอพี่ชายซึ่งกว่าจะมาก็สี่โมง มาเสร็จก็ต้องไปหาซื้อของที่ระลึกที่ร้านจิมทอมสัน มีโชว์มายากลด้วย ตลกดีอ่ะ ตลกสุดตรงมุขงูในไหอ่ะ คนดูตกใจกันมากๆเลย เราไม่ตกใจ มัวแต่เจ็บอ่ะ เพราะคนข้างหน้ามันตกใจมากถอยมาเหยียบเท้าง่ะ ฮือออ พอหกโมงเย็นก็เริ่มพาพ่อกะแม่เดินดูไฟ ไปทางชิดลมก่อน แล้วก็ย้อนกลับมากินมอสเบอร์เกอร์ เบอร์เกอร์ทำจากข้าวอร่อยแต่อันเล็กมากๆๆๆ กินเสร็จก็เดินไปสยาม ไปดูไฟ สุดท้ายรวมเวลาที่เดินอยู่คือสิบชั่วโมง เหอะๆๆ กลับมาบ้านสลบเหมือดเลย แม่เราเวลาเดินธรรมดาจะเหนื่อยง่ายมาก แต่เวลาเดินชอปปิ้ง ถ่ายรูปเนี่ย เหอๆๆๆ อึดสุดยอด

เที่ยวเยอะจนจำไม่ได้ว่าไปไหนมาบ้าง 555+

2008/Dec/24

วันเดียวกับที่เราสอบเลย ไม่น่าเชื่อว่าวันเปิดตัวโต๋เป็นวันที่เราสอบจบและวันคอนเสิร์ตจริงเป็นวันที่เราสอบเข้ามหาลัยที่ญี่ปุ่นอีก

อันนี้บูต LG

 

โต๋ให้สัมภาษณ์นักข่าว และเขียนอะไรไม่รู้ให้แฟนคลับชาวญี่ปุ่น แต่เขียนภาษาไทยนะ แอบเห็นแต่อ่านไม่ออก

 

ตอนแรกพอสอบเสร็จก็ไปกินข้าวกับเพื่อนๆกันก่อน กินเสร็จเพื่อนๆก็ชวนไปโยนโบลลิ่ง เราก็ไปแต่ไม่โยนเพราะเรามีนัดกับโต๋แล้วนี่เนอะ เราก็ปฎิบัติการเริ่มชิ่งค่อยๆเฟดตัวออกมาแบบเนียนๆ (ไม่งั้นโดนโวยแหง๋ๆ) ไมมีใครยอมมาด้วยเลยอ่ะ มันบอกว่าไปดูเปียโน ทำตัวเป็นคนแก่ เออ แก่ก็แก่วะ ทำไมอ่ะ เปียโนออกจะเพราะ เรียนก็เหนื่อยจะตายแล้วอ่ะ จะให้ไปตามคอนกอล์ฟไมค์อีกคงไม่ไหวแล้ว คราวที่แล้วโดนลากไปเกือบตายเลย ร้อนก็ร้อน คนก็เยอะ โดนกรี้ดใส่หูจนหูอื้อไปหมด แถมโดนเหยียบประมาณสิบกว่ารอบได้ เป็นที่เท้าแขนให้น้องๆข้างหลังอีกตังหาก เวลาน้องๆมองไม่เห็นก็เอามือกดไหล่พี่ซะงั้น เราไปรู้จักกันแต่ชาติปางไหนวะ อยู่ๆก็มากดไหล่เรายันตัวเองขึ้นไปดู หายใจก็ไม่ออก ที่เลวร้ายสุดๆคือไม่สามารถเดินออกมาได้ด้วยความที่คนเยอะจัด เบียดแน่นแบบขยับตัวไม่ได้เลย ต้องทนยืนจนคอนจบถึงออกมาได้ คอนจบกลับบ้านไข้ขึ้นไปสองวันเลย

หลังจากแว่บเป็นที่เรียบร้อย ก็เดินออกมาถึงdiscovery ตอนเกือบสี่โมงเย็นได้บัตรคิวซื้อตั๋วคอนเสิร์ตโต๋เบอร์ 25 เค้าบอกเปิดซื้อสี่ครึ่งด้วยความง่วงเลยเดินไปนอนรอที่ starbuck ก่อน สี่โมงครึ่งตื่น เดินมาจะซื้อตั๋ว แต่เค้ายังไม่ขาย ขายห้าโมงแทน ส่วนที่จองไว้กับเวปโค้ดก็ยังคงไม่มาแต่พี่่ทีมงานเค้าบอกว่าเค้าล๊อคที่ไว้ให้แล้ว best seat ค่ะน้อง แต่เราไม่เอาอ่ะ เราว่าที่ที่ดีที่สุดคือที่ๆเราเลือกเอง ถึงแม้จะออกมาได้แถว J ก็เหอะ แต่ถึงไงมันก็เป็นที่ที่เราเลือกใช่ม้ะ ดังนั้นแม้จะโดนบังด้วยป้ายไฟ หรือเครนถ่ายทำ เราก็จะไม่เสียใจทีหลังอ่ะ แต่แนวโน้มจะไม่ได้ไปสูงทีเดียว วันคอนดันตรงกะวันสอบที่ญี่ปุ่นเราสอบเช้าต่อให้สอบเส็ดบินกลับมาดูก็ยังไงก็ไม่ทันอยู่ดี แต่ก็ยังอยากช่วยซื้อ อยากให้คนเก่งๆในเมืองไทยมีเยอะๆ อยากให้เค้าภูมิใจทีความพยายามในการทำงานของเค้าทำให้เค้าประสบความสำเร็จ ตั๋วขายหมดเร็วๆ เค้าจะได้มีแรงทำงานต่อไป

ห้าโมงเดินไปซื้อตั๋ว ทีมงานบอกให้ไปนั่งเก้าอี้สีขาวๆได้ทีมงานเตรียมไว้ให้แฟนคลับนั่งเลยอ่ะ เจ๋งแฮะ ตอนนั้นคนยังน้อยอยู่เลย เก้าอี้ว่างเพียบเราก็เลยได้นั่งที่หน้าๆเลยทีเดียว หกโมงงานถึงเริ่มจากพิธีกรมานั่งคุยกะ producer กะ ตัวแทน lg เห็นบอยโกกับไก่สุธีด้วยล่ะ มีทั้งครอบครัวโต๋มากันหมดเลยด้วย คุยจบก็ทำการเปิดตัวโต๋ เห็นโต๋แว่บแรกก็ เง้อออ ไหงโต๋ตัวจริงถึงได้ตัวเล็กงี้ง่า ไม่ใช่เตี้ยนะ แต่ตัวเล็กอ่ะ ทำเอาเราแปลกใจกันไปเลย โต๋ไม่ใช่คนหล่อ ไม่ใช่คนเสียงดีเหมือนออฟ ปองศักดิ์ แต่เป็นคนน่ารักอ่ะ ยิ้มน่ารักแล้วก็ยิ้มบ่อย เค้าจริงจังกับงาน และแคร์ความรู้สึกคนดูมากทีเดียว เวลาเล่นเปียโนก็พยายามบิดตัวมาทางคนดูให้คนดูเห็นหน้าชัดๆ เล่นๆก็เงยหน้าขึ้นมามองคนดู เราถึงกับทึ่ง เล่นได้ไงวะไม่ดูแป้น ที่สำคัญและแปลกมากอย่างนึงคือ โต๋จะไม่มองคนดูแบบมองกราด แต่เค้าจะมองแบบจ้องให้รู้ว่าชั้นมองเธออยู่แล้วก็สบตาแล้วก็ยิ้มให้เป็นรายบุคคลกันเลยทีเดียว ทำเอาแฟนๆเขินกันไปหลายราย แล้วก็ชอบเวลาเโต๋ถามชื่อใคร เค้าจะไม่ถามแบบผ่านๆ แต่เค้าถามแล้วพยายามจำด้วยว่าคนนี้ชื่ออะไร สำหรับเรา เรารู้นะว่าใครถามชื่อเราแบบผ่านๆ หรือถามแล้วพยายามจำ ถึงจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แค่พยายามจะจำก็ถือว่าดีมากแล้ว เราว่าแฟนคลับโต๋ก็ต้องรู้ว่าโต๋เป็นแบบไหนถึงได้รักโต๋กันขนาดนั้น อีกเรื่อง เรื่องการวางตัว เราดูคลิปทีโต๋ออกสาระแน (http://www.youtube.com/watch?v=BJWZ1gkXTrs) แล้วแบบว่า... สมัยนั้นโต๋ยังเพิ่งออกอัลบัม c major พิธีกรถามว่ารู้สึกยังไงที่ถูกแกล้ง โต๋ตอบว่าขอบอกตามภาษาวัยรุ่นเลยนะ เล่นพ่อกูไม่พอยังเล่นแม่กูอีก เราฟังแล้วถึงแก่การอึ้ง พูดกูออกอากาศเนี่ยนะ แต่พอมาดูตอนนี้ เราไม่เคยเห็นโต๋หลุดอีกเลยอ่ะ เค้าจะพูดลงท้ายครับๆๆตลอด พี่สโนคิ้มก็บอกว่าโต๋ต่างจากนักร้องวัยรุ่นคนอื่นตรงที่ สำหรับคนอื่นเวลาไม่อยากทำก็จะพูดเลยว่ามันไม่ใช่ผม ผมไม่อยากทำ แต่โต๋จะแบบครับๆ จะลองพยายามทำดูก่อนเสมอ แม้แต่ตอนพี่คิ้มขอให้เต้น โต๋ก็ครับๆ ทั้งๆที่การเต้นของโต๋นั้น...เอ่อ....เห็นแล้วไม่รู้จะสงสารใครดีทีมงานที่คิดอยากให้โต๋ออกมาเต้น หรือสงสารโต๋ดีหว่า ดูรายการ xq20 แล้วสงสารพิธีกรด้วยสงสารโต๋ด้วย ด้วยความที่รายการนี้มันเป็นรายการออกแนวฮาๆ ส่วนโต๋เป็นคนคิดมากอ่ะ แล้วก็ดูเครียดๆด้วย พิธีกรก็พยายามปล่อยมุกให้โต๋หายเครียด แต่โต๋ก็แบบว่าเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ยังคงเครียดและคิดมากอยู่โต๋พูดประมาู่ณว่า เวลาคิดเรืองงานเค้าจะเครียดและก็ชอบอดไม่ได้ที่จะคิดเรื่องงานตลอดเวลาด้วย ปกติเป็นคนโกรธยากหายง่ายเว้นตอนคิดงานไม่ออกจะโกรธง่ายมาก และด้วยความที่เฮียแกคงคิดงานไปด้วยอัดรายการไปด้วยเลยส่งผลให้้ตอบคำถามไม่ทันมั่งอ่ะ ไม่ทันมุกพิธีกรมั่งอ่ะ เหอๆๆ จบรายการกันได้อย่างทุลักทุเลทีเดียวเชียว

อ่ะ กลับมาๆ เรื่องงานเปิดตัวคอนเสิร์ตต่อ พิธีกรคุยกะโต๋เรื่องอัลบัมซักพักก็ให้โต๋เล่นเปียโนโชว์ โอ้โห สุดยอดเลย นี่แหละนี่เราอยากฟัง คิดมานานแล้วว่าอยากฟังเพลงเพราะๆ เงยหน้าขึ้นไปเจอท้องฟ้าสีฟ้า พอเย็นหน่อยอากาศก็เย็นขึ้น บรรยากาศรอบๆก็เป็นเทศการคริสมาส คนก็ไม่เยอะมาก กำลังนั่งกันสบายๆแบบหลวมๆ เราชอบแบบนี้มากกว่าแบบที่จัดในฮอลใหญ่ๆอีก แต่ด้วยความที่ชีวิตไม่ค่อยได้ออกไปไหนนอกจากบ้านกับที่เรียน กลับไปบ้านก็สลบเหมือดเลย หมดแรงเอาง่ายๆ พร้อมกับคิดในใจว่าโต๋ช่างอึดจริงๆหนอ จบงานนี้แล้วยังต้องไปทำงานต่ออีก สิ่งที่ยากที่สุดของเราคือการต้องตื่นขึ้นมาทำงานทั้งๆที่ง่วงและก็เหนื่อยมาก เราคิดว่าโต๋ก็น่าจะเป็นเนอะ ขอให้ใจแข็งอดทนทำงานต่อไปนานๆน้า งานนี้พี่ก้องก็มาด้วยเพราะจะเป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ต เล่นเปียโนเสร็จก็มีกิจกรรมแจกดอกกุหลาบแดงให้แฟนๆห้าดอก แต่คนไปรับแค่สามคน โต๋เดินเอามาให้แม่ดอกนึง เหลืออีกดอกนึงท่าทางจะเก็บไ้ว้เองแฮะ สงสัยว่าเลิกงานอาจเอากลับไปฝากสาวแน่นอน เลิกงานก็มีให้สัมภาษณ์นักข่าว ใครอยากใกล้ชิดโต๋นะ ต้องตอนนี้หล่ะ เข้าใกล้ได้แบบที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะใกล้ได้ขนาดนี้ แล้วก็ไม่ลำบากด้วยเพราะทุกคนเ้ค้าไปต่อแถวขอลายเซ็นกันหมด 555 แล้วก็แจกลายเซ็นคนที่ซื้อตั๋ว แรกๆ ก็เซ็นว่าให้ใคร ครั้งๆทีมงานไม่ยอมประกาศเลยว่าขอให้เซ็นอย่างเดียวห้ามเขียนชื่อ เราอยู่ถึงแค่นี้อ่ะแล้วก็กลับ

 

2008/Dec/03

Free Image Hosting at www.ImageShack.us

2008/Nov/27

ไปตอนบ่ายสาม เจอเค้าซ้อมเดินแบบกันอยู่

รู้จักหญิงแม้น พิชญ กะใครอีกคนไม่รู้วงออกัสนี่ยหล่ะ

พิชญใส่เสื้อแขนยาวสีดำกะยีนส์สีน้ำตาลอ่อนรัดรูปหน่อยอ่ะ ตอนซ้อมดูปกติง่ะ

ทีแรกเราก็ไม่รู้ว่านั่นคือพิชญอ่ะ

เหมือนเด็กๆที่เห็นตามสยามอ่ะ แต่พอเดินจริงเปลี่ยนชุดแต่งหน้ามาแล้ว อืมมม

จำได้ เหมือนในโปสเตอร์หนังเรื่องรักแห่งสยามเลยแฮะ ผมทรงเดิมเป๊ะ

เดินจริง ห้าโมง คนไม่เยอะแฮะ ไม่รู้เพราะอะไร

เรานั่งตรงเก้าอี้สีขาวๆอ่ะ คนเดินแบบนี่เดินมาใกล้แบบว่ากระโปรงชนแขนเราเลยอ่ะ

(ใครที่ไปคงรู้ใช่ม้ะว่ากระโปรงหญิงแม้นน่ะ งืมม สุดยอด)

วันนี้กะไปซื้อนาฬิกาซะหน่อย ดันลืมเอาบัตรเดอะมอลไป เซ็งจริงๆ ลดตั้ง 5%