ข้อมูลพื้นฐานเรื่อง connectable
ก่อนอื่นขอเริ่มก่อนว่า Connectable ไม่ว่า จะเป็น YES หรือ NO นั้น เป็นการ ตรวจสอบว่า Tracker / Client อื่น ๆ สามารถติดต่อกับเครื่องท่านได้หรือไม่
แต่ไม่ได้หมายรวมถึง การการันตีว่า จะสามารถโหลดไฟล์นั้น ๆ ได้เร็ว เพราะหาก มี Peer น้อย มันก็ช้าอยู่ดี แต่หาก Peer เยอะ ๆ แล้ว Connectable ที่เป็น YES
จะทำให้ การ SEED และ PEER มีประสิทธิภาพสูงขึ้น กล่าวคือ ทำให้ การ UPLOAD / DOWNLOAD ระหว่าง SEED และ PEER ดีขึ้น
ทีนี้ ทำอย่างไรให้ Connectable เป็น YES ล่ะ
ขอให้นึกภาพตามดังนี้นะครับ สำหรับคนที่ใช้ ROUTER ----- รูปแบบการเชื่อมต่อของคนที่ใช้ ROUTER เป็นดังนี้นะครับ
YOUR PC <------>SWITCH/HUB <----> ROUTER <----> INTERNET
**** หมายเหตุ บางคนใช้ ROUTER ที่ทำหน้าที่เป็น HUB ด้วย ถือว่าเป็นแบบเดียวกันนะ ****
รูปแบบนี้ จะมี IP อยู่ 2 ชุด คือ 1. LOCAL IP และ 2 Internet IP ซึ่งการเชื่อมต่อ Internet นั้น จริง ๆ เราใช้แค่ Internet IP ครับ กล่าวคือ เครื่องภายนอก ระบบ LAN
หรือ หลังจาก Internet จะมองเห็นแค่ Internet IP เท่านั้น ระบบไอพี ของท่านจะเป็นดังนี้ครับ
1.ISP หรือ ผู้ให้บริการ จะเป็นคน จ่าย Internet IP ให้ Router ของท่าน
2. Router จะเป็นคนจ่าย Local IP ให้เครื่องของท่าน (อันนี้ หากใครใช้ Static IP หรือ FIX IP ก็ ถือว่าเป็นแบบเดียวกัน )
โดยตัว Router จะทำหน้าที่ NAT หรือ Network Address Translation แปลเป็นไทยว่า แปลที่อยู่เครือข่าย เพราะปกติ
การเชื่อมต่อ มักจะทำใน Class เดียวกันเท่านั้น
โดยหลัก ๆ แล้วค่าเริ่มต้นของ Router มักจะ แปลเฉพาะ ขาออก หรือ ด้าน ต่อ Internet เท่านั้น
เช่น Internet IP = 203.XXX.XXX.XXX , LOCAL IP = 192.168.1.99
เมื่อเครื่องที่ของท่าน ( 192.168.1.99 ) ต้องการเรียก WEB สัก WEB นึง Router ก็จะ เป็นคน ROUTE ให้ เป็น 203.XXX.XXX.XXX
อัตโนมัติ ซึ่ง หากมีหลายเครื่อง ก็ หลักการเดียวกัน แต่ทางขาเข้า สิ Router มันไม่แปลให้นะจ๊ะ แปลให้ก็ไม่ทุก port หรอกครับ มันแปลแค่ พอร์ตหลัก ๆ เท่านั้น
เช่น 80 ( HTTP ) **** ขอแทรกลิ้งค์ เพิ่มเติม เกี่ยวกะ NAT ครับ http://www.thaicert.nectec.or.th/paper/firewall/nat.php ไปอ่านดูเพิ่มก็ดีครับ เผื่อไม่เข้าใจที่ผมบอก
แนะนำว่า ดู ลิ้งค์ประกอบนะครับ
**** แล้วมันเกี่ยวกับ บิต ยังไงล่ะ ****
พูดง่าย ๆ เมื่อเครื่องอื่น ( PEER ) ต้องการข้อมูล จากเครื่องท่าน ก็จะเรียกข้อมูลไปยัง Internet IP ของท่าน แต่ว่า Router มันไม่แปลให้ว่า
ข้อมูลจริง ๆ อยู่ที่ LOCAL IP ตัวไหน แล้วทีนี้ Peer จะได้ข้อมูลอย่างไรล่ะ
***** หลักการแก้ไข *****
เราต้องทำการ เขียนกฏ บอกให้ ROUTER แจ้ง กับ PEER ที่ติดต่อเข้ามาว่า เมื่อมีการเรียก ข้อมูล มาทาง Internet IP โดยอ้างชื่อเครื่อง ของเรา ทาง port ( แล้วแต่ครับว่า Port ไหน )
ให้ ส่ง การเชื่อมต่อ ไปยัง Local IP ของเรา พูดก็คือ การ NAT แบบย้อนกลับ ครับ หรือ NAT ขาเข้า นั่นแหละ
หลักการง่าย ๆ แต่เข้าใจยาก แค่นี้ล่ะครับ หาก ทำได้ครบวงจรดังนี้ การเชื่อมต่อของท่าน เป็น YES แน่ ๆ ( Connectable = YES )
****** ดังนั้นก่อนการแก้ไข ท่านต้องทราบข้อมูลของท่านเอง ดังนี้
1. ยี่ห้อ และ รุ่น ของ Router ที่ท่านใช้
2. Local IP ของท่าน ( Internet IP มันเปลี่ยน เรื่อย ๆ อยู่แล้ว ไม่ต้องสนใจเท่าไหร Router มันจัดการเอง )
3. ชื่อ โปรแกรมที่ใช้โหลต บิต และพอร์ต ที่ใช้
***** แล้วจะหาข้อมูล ทั้ง 3 ข้อได้จากไหนล่ะ ( โอ้ คำถามยอดฮิต )
1. ยี่ห้อและรุ่น ROUTER ก็ ดูที่ ROUTER เลยครับ
2. LOCAL IP หาได้โดย ทำตามขั้นตอนนี้ ขึ้นอยู่กะ Windows ของท่าน นะ
Windows XP ไปที่ Control Panel >> Network Connection >> เลือก Connection ที่ใช้ต่อกะ Router ซึ่งน่าจะ Connected อยู่
มันจะขึ้น Status มาใช่ไหม ไปที่ TAB SUPPORT ครับ ดูตรง IP Address น่ะแหละ
Windows 98 และ ME ( คนเล่นบิตยังใช้ไหมเนี่ย ) ไปที่ Start >> RUN >> พิมพ์ winipcfg แล้ว ENTER ครับ จากนั้นเลือก Network Adapter ที่ท่านใช้ ครับ แล้วดูตรง IP Address นั่นแหละ
3. ชื่อ โปรแกรมที่ใช้โหลต บิต และพอร์ต ที่ใช้ หาได้โดย *** ไม่รู้ว่าใช้โปรแกรมไรโหลดก็แย่ละ ส่วน Port ลองดูตาม Option ครับ จะมีหัวข้อเกี่ยวกับ Connection อยู่ หาไม่ยากครับ
เช่น BitComet หาได้โดย ไปที่ Option >> Preferences >> Connection ดูตรง Listen Port ครับ นั่นแหละ Port ที่ใช้
แต่ port ส่วนใช้ที่ใช้ได้ ค่าจะอยู่ในระหว่าง 1024-65535 นะ ยกเว้น port 6881-6889 ด้วยนะ
เมื่อได้ข้อมูลครบแล้ว ลองไปตามนี้ดูครับ
http://portforward.com/english/routers/port_forwarding/routerindex.htm
เลือกรุ่น ROUTER ตามที่ใช้ได้เลยครับ และ เลือโปรแกรมที่ใช้สำหรับการโหลดบิต
แล้วก็ทำตาม WEB เค้าเลย ไม่ยากจริง ๆ ข้อมูลที่ต้องใข้ก็ หาไว้ครบแล้วนี่นา ถ้ายังไม่สำเร็จ ถาม FS โลด ครับ
ขอบคุณครับ
ก่อนอื่นขอเริ่มก่อนว่า Connectable ไม่ว่า จะเป็น YES หรือ NO นั้น เป็นการ ตรวจสอบว่า Tracker / Client อื่น ๆ สามารถติดต่อกับเครื่องท่านได้หรือไม่
แต่ไม่ได้หมายรวมถึง การการันตีว่า จะสามารถโหลดไฟล์นั้น ๆ ได้เร็ว เพราะหาก มี Peer น้อย มันก็ช้าอยู่ดี แต่หาก Peer เยอะ ๆ แล้ว Connectable ที่เป็น YES
จะทำให้ การ SEED และ PEER มีประสิทธิภาพสูงขึ้น กล่าวคือ ทำให้ การ UPLOAD / DOWNLOAD ระหว่าง SEED และ PEER ดีขึ้น
ทีนี้ ทำอย่างไรให้ Connectable เป็น YES ล่ะ
ขอให้นึกภาพตามดังนี้นะครับ สำหรับคนที่ใช้ ROUTER ----- รูปแบบการเชื่อมต่อของคนที่ใช้ ROUTER เป็นดังนี้นะครับ
YOUR PC <------>SWITCH/HUB <----> ROUTER <----> INTERNET
**** หมายเหตุ บางคนใช้ ROUTER ที่ทำหน้าที่เป็น HUB ด้วย ถือว่าเป็นแบบเดียวกันนะ ****
รูปแบบนี้ จะมี IP อยู่ 2 ชุด คือ 1. LOCAL IP และ 2 Internet IP ซึ่งการเชื่อมต่อ Internet นั้น จริง ๆ เราใช้แค่ Internet IP ครับ กล่าวคือ เครื่องภายนอก ระบบ LAN
หรือ หลังจาก Internet จะมองเห็นแค่ Internet IP เท่านั้น ระบบไอพี ของท่านจะเป็นดังนี้ครับ
1.ISP หรือ ผู้ให้บริการ จะเป็นคน จ่าย Internet IP ให้ Router ของท่าน
2. Router จะเป็นคนจ่าย Local IP ให้เครื่องของท่าน (อันนี้ หากใครใช้ Static IP หรือ FIX IP ก็ ถือว่าเป็นแบบเดียวกัน )
โดยตัว Router จะทำหน้าที่ NAT หรือ Network Address Translation แปลเป็นไทยว่า แปลที่อยู่เครือข่าย เพราะปกติ
การเชื่อมต่อ มักจะทำใน Class เดียวกันเท่านั้น
โดยหลัก ๆ แล้วค่าเริ่มต้นของ Router มักจะ แปลเฉพาะ ขาออก หรือ ด้าน ต่อ Internet เท่านั้น
เช่น Internet IP = 203.XXX.XXX.XXX , LOCAL IP = 192.168.1.99
เมื่อเครื่องที่ของท่าน ( 192.168.1.99 ) ต้องการเรียก WEB สัก WEB นึง Router ก็จะ เป็นคน ROUTE ให้ เป็น 203.XXX.XXX.XXX
อัตโนมัติ ซึ่ง หากมีหลายเครื่อง ก็ หลักการเดียวกัน แต่ทางขาเข้า สิ Router มันไม่แปลให้นะจ๊ะ แปลให้ก็ไม่ทุก port หรอกครับ มันแปลแค่ พอร์ตหลัก ๆ เท่านั้น
เช่น 80 ( HTTP ) **** ขอแทรกลิ้งค์ เพิ่มเติม เกี่ยวกะ NAT ครับ http://www.thaicert.nectec.or.th/paper/firewall/nat.php ไปอ่านดูเพิ่มก็ดีครับ เผื่อไม่เข้าใจที่ผมบอก
แนะนำว่า ดู ลิ้งค์ประกอบนะครับ
**** แล้วมันเกี่ยวกับ บิต ยังไงล่ะ ****
พูดง่าย ๆ เมื่อเครื่องอื่น ( PEER ) ต้องการข้อมูล จากเครื่องท่าน ก็จะเรียกข้อมูลไปยัง Internet IP ของท่าน แต่ว่า Router มันไม่แปลให้ว่า
ข้อมูลจริง ๆ อยู่ที่ LOCAL IP ตัวไหน แล้วทีนี้ Peer จะได้ข้อมูลอย่างไรล่ะ
***** หลักการแก้ไข *****
เราต้องทำการ เขียนกฏ บอกให้ ROUTER แจ้ง กับ PEER ที่ติดต่อเข้ามาว่า เมื่อมีการเรียก ข้อมูล มาทาง Internet IP โดยอ้างชื่อเครื่อง ของเรา ทาง port ( แล้วแต่ครับว่า Port ไหน )
ให้ ส่ง การเชื่อมต่อ ไปยัง Local IP ของเรา พูดก็คือ การ NAT แบบย้อนกลับ ครับ หรือ NAT ขาเข้า นั่นแหละ
หลักการง่าย ๆ แต่เข้าใจยาก แค่นี้ล่ะครับ หาก ทำได้ครบวงจรดังนี้ การเชื่อมต่อของท่าน เป็น YES แน่ ๆ ( Connectable = YES )
****** ดังนั้นก่อนการแก้ไข ท่านต้องทราบข้อมูลของท่านเอง ดังนี้
1. ยี่ห้อ และ รุ่น ของ Router ที่ท่านใช้
2. Local IP ของท่าน ( Internet IP มันเปลี่ยน เรื่อย ๆ อยู่แล้ว ไม่ต้องสนใจเท่าไหร Router มันจัดการเอง )
3. ชื่อ โปรแกรมที่ใช้โหลต บิต และพอร์ต ที่ใช้
***** แล้วจะหาข้อมูล ทั้ง 3 ข้อได้จากไหนล่ะ ( โอ้ คำถามยอดฮิต )
1. ยี่ห้อและรุ่น ROUTER ก็ ดูที่ ROUTER เลยครับ
2. LOCAL IP หาได้โดย ทำตามขั้นตอนนี้ ขึ้นอยู่กะ Windows ของท่าน นะ
Windows XP ไปที่ Control Panel >> Network Connection >> เลือก Connection ที่ใช้ต่อกะ Router ซึ่งน่าจะ Connected อยู่
มันจะขึ้น Status มาใช่ไหม ไปที่ TAB SUPPORT ครับ ดูตรง IP Address น่ะแหละ
Windows 98 และ ME ( คนเล่นบิตยังใช้ไหมเนี่ย ) ไปที่ Start >> RUN >> พิมพ์ winipcfg แล้ว ENTER ครับ จากนั้นเลือก Network Adapter ที่ท่านใช้ ครับ แล้วดูตรง IP Address นั่นแหละ
3. ชื่อ โปรแกรมที่ใช้โหลต บิต และพอร์ต ที่ใช้ หาได้โดย *** ไม่รู้ว่าใช้โปรแกรมไรโหลดก็แย่ละ ส่วน Port ลองดูตาม Option ครับ จะมีหัวข้อเกี่ยวกับ Connection อยู่ หาไม่ยากครับ
เช่น BitComet หาได้โดย ไปที่ Option >> Preferences >> Connection ดูตรง Listen Port ครับ นั่นแหละ Port ที่ใช้
แต่ port ส่วนใช้ที่ใช้ได้ ค่าจะอยู่ในระหว่าง 1024-65535 นะ ยกเว้น port 6881-6889 ด้วยนะ
เมื่อได้ข้อมูลครบแล้ว ลองไปตามนี้ดูครับ
http://portforward.com/english/routers/port_forwarding/routerindex.htm
เลือกรุ่น ROUTER ตามที่ใช้ได้เลยครับ และ เลือโปรแกรมที่ใช้สำหรับการโหลดบิต
แล้วก็ทำตาม WEB เค้าเลย ไม่ยากจริง ๆ ข้อมูลที่ต้องใข้ก็ หาไว้ครบแล้วนี่นา ถ้ายังไม่สำเร็จ ถาม FS โลด ครับ
ขอบคุณครับ